0-(10)

ทำธุรกิจอย่างไรให้เติบโตเร็วทันใจ

เทคนิคการทำการตลาด

ทำธุรกิจเล็กๆ อย่างไร ให้เติบโตและรวยเร็ว  เป็นหนังสือที่บอกถึงเคล็ดลับในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ มีการวางแผนการค้า บอกถึงนิสัยของคนที่จะเป็นนักธุรกิจ

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความคิดที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง อยากทำงานอิสระไม่มีใครมาสั่งงานเราให้ทำนั้น ทำนี้ มีแนวโน้มและมองเห็นลู่ทางที่จะเติบโต และร่ำรวย  อยากจะเป็นนายจ้างของตนเองละก็  คุณต้องพร้อมเริ่มต้นศึกษาเคล็ดลับในการทำธุรกิจและกลยุทธ์ทางการทำธุรกิจ ที่มีหลักการ และเชี่ยวชาญในหัวใจของการค้าอย่างแท้จริง

Businessman pressing modern social buttons on a virtual backgrou

นิธิ  ตั้งวิวัฒน์ไพบูลย์  ซึ่งเป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้ได้นำ กลยุทธ์การทำธุรกิจต่างๆ มาบอกให้กับคนที่ทำงานประจำตามออฟฟิศ ที่เริ่มเบื่อชีวิตที่ต้องทำงานกับเงินเดือนที่ได้เท่าๆ กันทุกเดือน ที่อยากจะเปลี่ยนชีวิตของตัวเองออกมาทำธุรกิจเล็กๆ เป็นของตนเอง  มีการบอกถึงแนวทางการทำธุรกิจอย่างไรถึงจะมีความก้าวหน้า  ไปสู่การประสบความสำเร็จของธุรกิจในอนาคต  โดยมีเนื้อหาสาระของหนังสือแบ่งออกเป็น   15  ด้าน ได้แก่

  1. ด้านอุปนิสัย แบบนักธุรกิจ แน่นอนว่าคนที่จะทำธุรกิจ นิสัยที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ จะต้องกล้าได้กล้าเสีย หากมัวแต่รีๆรอๆ อาจจะส่งผลเสียต่อธุรกิจได้  ก่อนที่จะทำธุรกิจเราจะต้องมองก่อนว่าเรามีนิสัยประเภทนี้หรือเปล่า  หากว่าเราชอบความมั่นคงปลอดภัยการทำธุรกิจอาจจะทำให้เครียดเสียเปล่า
  2. ด้านเพิ่มความสามารถในการทำการค้า นอกจากนิสัยจะเป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกิจแล้ว สิ่งสำคัญที่เหนือกว่านิสัยของเรานั้นก็คือ การลงมือกระทำ ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่มีก็อย่าไปกังวล อะไรไป เพราะ ว่าเราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ เช่น การบริหารคน ในการทำธุรกิจ ยิ่งใหญ่โตมากขึ้นเท่าไร ก็ย่อมจะมีคนมาทำงานร่วมกันมากขึ้น ซึ่งถ้าหากเป็นคนที่ไว้ใจได้ก็ย่อมดีไปอีก เมื่อทำงานกับคนหมู่มากปัญหาก็ย่อมจะมี ดังนั้น การบริหารคนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ  ต้องรู้จักมองปัญหาให้แตก แน่นอนว่าสิ่งที่สามารถจะเกิดขึ้นได้เสมอก็คือปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลาถ้าหากเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนย่อมจะมีแนวทางแก้ไขแต่ถ้าเป็นปัญหาใหม่ย่อมหาวิธีเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอยู่ใหม่ๆเสมอต้องมีการตื่นตัวอยู่ตลอด นอกจากความกล้าในการเริ่มต้นหรือลงทุน รู้จักมองหาช่องทางในการทำธุรกิจเชิงสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา  ดูจากปัจจัยแวดล้อม เช่น การตลาด  สภาพเศรษฐกิจ  และความสนใจของผู้คนในสังคม อันจะเป็นผลดีต่อการเพิ่มความสามารถในการทำธุรกิจของเรา  และการเข้าสังคมอยู่เสมออันจะเป็นประโยชน์แก่ธุรกิจเราได้ อาจจะได้รับข่าวสารหรือข้อมูลดีๆ  ผู้ที่ได้ชื่อว่าเพื่อนกันนั้น  ก็ย่อมมีความปรารถนาดีที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันในเรื่องการงานในระยะยาว
  3. ด้านลูกค้าคือพระเจ้า อันดับแรกต้องรู้จักที่หาลูกค้าเข้ามาใช้บริการ เพื่อให้ธุรกิจนั้นดำรงอยู่ได้ สิ่งที่จะสร้างและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ เช่น  การเอาใจใส่ลูกค้า  รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน  รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร  รู้จักสร้างลูกค้าประจำ  คุยกับลูกค้าบ้าง  ยิ้มให้กับลูกค้าบ้าง  ยอมลดราคาให้กับลูกค้าบ้างนี้เป็นเคล็ดลับในการต้อนรับและแสดงออกต่อลูกค้า ว่าเราต้องการคุณ เพราะคุณเป็นคนสำคัญสำหรับเราที่จะทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จ
  4. ด้านสิ่งที่ต้องคิดก่อนทำธุรกิจ คนทำธุรกิจจะต้องมีความสามารถ เพราะเราต้องเข้าใจว่าการทำธุรกิจนั้นเราจะต้องมีการแข่งขันกับเจ้าอื่นๆอยู่ด้วย หากเราขาดความสามารถ อาจส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจได้ แต่ความสามารถมันมีหลายด้าน เช่น ความสามารถในการเจรจาต่อรอง ความสามารถในการพูด ความสามารถในการเข้ากับคนอื่น และความสามารถในการบริหาร  เราต้องมีความมั่นคงทางจิตใจด้วย บางคนคงสงสัยว่าความมั่นคงทางจิตใจนั้นสำคัญมากเลยหรือ ความมั่นคงทางจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  เพราะคนที่จิตตก และตื่นตูมอยู่ตลอดเวลา ก็มักจะเดินไปตามกระแสของสังคมและเหตุการณ์ทำให้ไม่สามารถมองปัญหาต่างๆและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
  5. ด้านต้องรู้จักวางแผนการค้า แผนการตลาดเป็นแผนที่สำคัญที่สุด เป็นแผนที่จะช่วยให้กิจการร้านค้าของเรา เป็นที่น่าเชื่อถือได้ ซึ่งแผนการตลาดก็ยังเกี่ยวพันกับเรื่อง  ในปัจจุบันผู้ทำแผนการตลาดได้ดี จะสามารถดำเนินธุรกิจ ได้ดี จะสามารถดำเนินธุรกิจ ไปได้ไกลกว่าคนที่ไม่เคยวางแผน การตลาดเลย ดังนั้น หากที่จะดำเนินธุรกิจไปได้ไกล หรือประสบความสำเร็จได้เร็วนั้น ก็ควรที่จะวางแผนการตลาดเอาไว้ด้วย แผนนั้นอาจจะเป็นแผนธรรมดา แต่อาจจะช่วยทำให้การค้าขายดีขึ้นได้ และแผนที่ธุรกิจทุกธุรกิจต้องเตรียมเอาไว้สำหรับการบริหารกิจการก็มีดังต่อไปนี้
  6. ด้านบริหารคนอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ หากว่ากิจการขยายตัว แน่นอนว่าก็จะต้องมีลูกจ้าง หรือว่าทีมในการทำงาน เพราะเมื่องานขยายตัว ก็ย่อมที่จะไม่สามารถทำทุกอย่างได้คนเดียว จำเป็นจะต้องมีคนช่วย ซึ่งอาจจะเป็นคนใกล้ชิด หรืออาจเป็น เพื่อน  พี่น้อง หรืออาจจะเป็นคนที่เราจ้างให้มาทำงานให้กับเราเอง  สิ่งแรกที่จะบริหารคนได้คือ การจัดคนให้ถูกกับงาน ว่าใครเหมาะกับงานประเภทไหนก็ให้ทำงานนั้นเพื่องานที่ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเราไม่ควรฟังเสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราควรฟังเสียงของลูกน้องบ้างเผื่อเขาอาจจะมีอะไรดีๆมาเสนอ หรือเขาอาจจะบอกในสิ่งที่เรายังไม่รู้ก็ได้ ไม่ใช่ว่าจะฟังเสียงข้างใดข้างหนึ่ง ความคิดของคนหลายคนย่อมดีกว่า ความคิดเพียงคนเดียวเสมอ  งานทำงานแต่ละครั้งเราต้องไว้ใจลูกน้อง เราไม่สามารถที่จะทำงานตามลำพังได้ เราควรจะไว้ใจลูกน้อง ให้ลูกน้องช่วยงานเรา เมื่อเวลามอบหมายงานให้ลูกน้องไปทำแล้ว ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งแต่ให้มองดูอยู่ห่างๆ  หากว่าเราเชื่อใจลูกน้องแล้ว  แน่นอนว่าลูกน้องเองก็จะรู้สึกว่าได้รับความน่าเชื่อถือ ทำให้เขาสามารถทำงานได้ตรงกับที่เราคาดหมายเอาไว้ หรือการมอบค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้ลูกน้อง เช่น อาจจะขึ้นเงินเดือน  ให้รางวัลแก่ลูกน้องตามความเหมาะสม อาจเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ลูกน้องอยู่กับเรานานๆ และทำงานให้เราอย่างเต็มที่
  7. ด้านมาเปิดช่องทางธุรกิจการขายกันดีกว่า ก่อนที่จะพูดถึงกลยุทธ์ทางการตลาด แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ที่ไม่แพ้เรื่องการตลาดเลยก็คือ ช่องทางในการขายสินค้า ดีๆ มีคุณภาพ และจำนวนมาก แน่นอนว่าธุรกิจย่อมจะไปได้ไกล อย่างแน่นอน ช่องทางของการค้าขาย  ซึ่งในอนาคตก็อาจจะมีช่องทางการค้าขายที่เพิ่มขึ้นและมีประสิทธิภาพ เราก็สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมและตามใจชอบ
  8. ด้านร้านค้าในแบบต่างๆ ซึ่งรูปแบบร้านค้านี้ก็จะแตกต่างกันออกไป มีอยู่ 3 ประเภทที่สำคัญ คือ
    • การทำร้านแบบแฟรนไชส์   ซึ่งเราเห็นในปัจจุบันก็คือ สินค้าจำพวกอาหาร อย่างเช่น ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว   เป็นต้น
    • การทำร้านต้นแบบ  เช่น ว่าเป็นร้านเสื้อผ้าที่ตัดเย็บเอง ก็จะมีการจัดวางที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน การตกแต่งที่ดูเป็นเอกลักษณ์มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ลูกค้าสามารถจำร้านของเราได้มากเท่านั้น และเมื่อลูกค้าชอบพอร้านต้นแบบแล้วก็ค่อยเปิดร้านสาขาต่อๆ ไป นั้นเอง
    • ร้านค้าปลอดภาษี  ต้องการที่จะทำการค้าขายระหว่างประเทศร้านค้าปลอดภาษีเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเลยทีเดียว ดังนั้นสินค้าที่เราขายนั้นควรจะเป็นสินค้าที่ค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์ และมีกลิ่นอายของความเป็นไทย เป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวนิยมชมชอบเพราะไม่ต้องเสียภาษีนั่นเอง
  9. ด้านกลยุทธ์ทางการตลาด หัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเจริญเติบโต คือ ต้องรู้จักสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้าของเราเอง เพื่อที่จะให้ผู้ที่มาซื้อหรือใช้บริการจำได้และง่ายแก่การจดจำกำหนดเป้าหมายในการขายที่ชัดเจน  หากสมมุติว่าจะตัดสินใจขายให้กับกลุ่มวัยรุ่น เราก็จะต้องเลือกสินค้าที่สดใส และเหมาะกับวัยรุ่นที่เราต้องการจะขาย ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดว่าสินค้าที่เราจะขายจะเป็นตัวกำหนดว่าสินค้าที่จะออกสู่ผู้บริโภคนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้างการตลาดเราจะต้องไปดูหลัก  4P   ว่าใช้อะไรบ้าง ที่เราจะนำมาใช้กับธุรกิจของเราเพื่อให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จ  เช่น  (ผลิตภัณฑ์)  product   (ราคา)  Price   (สถานที่)  Place   (การส่งเสริมการขาย)  Promotion   นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้  ยังมีกลยุทธ์ทางการตลาดหลายอย่างที่ให้เราลองเลือกมาใช้ตามความเหมาะสมและความถนัด เชื่อได้ว่าจะช่วยทำให้กิจการของเราเติบโตก้าวหน้าได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งในบางครั้งเราก็อาจจะต้องผสมผสานหลายๆ กลยุทธ์ มาใช้ในกิจการของเรา
  10. ด้านข้อผิดพลาดที่สำคัญในการทำให้กิจการไม่ประสบความสำเร็จ  แน่นอนว่าการทำธุรกิจจะต้องมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นตามมาทีหลังได้ เช่น การเลือกทำเลที่ไม่เหมาะสม  การค้าขายไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ หรือแม้แต่การตั้งบริษัท  ทำเลที่ตั้งนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากว่าเราไปตั้งร้านในที่ๆสัญจรไปมายาก ก็ยากที่จะเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคไม่มีความรู้ด้านการบริหารงาน เช่น ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเงิน บัญชี การขาย การบริหารงานบุคคล และสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจการเสียเงินกับเรื่องที่ไม่จำเป็น เช่น การเสียเงินไปกับการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงๆโดยไม่จำเป็นในการตกแต่งร้านให้มีความสวย งามเกินจริงไม่ศึกษาการตลาด  ขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดข้อมูลในสิ่งที่เรากำลังจะทำ ไม่มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการเปิดร้านหรือว่าเปิดกิจการทำอะไรสักอย่าง เราต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้แน่ชัด หรือขาดข้อมูลในสิ่งที่เรากำลังทำ  คนที่ทำธุรกิจแต่ขาดข้อมูลทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง ทำให้เมื่อทำไปไม่นาน ธุรกิจก็ล้มไม่เป็นท่าข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งหากว่าเราต้องการกำจัดจุดอ่อนเหล่านี้ของเราได้ เราก็สามารถดำเนินธุรกิจได้  และมีโอกาสจะประสบความสำเร็จมากทีเดียว
    1 (1)
  11. ด้านเคล็ดลับในการทำธุรกิจการค้า เคล็ดลับในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเคล็ดลับง่ายๆ หากเราทำได้ก็เท่ากับว่าเรากำชัยชนะได้ไปกว่าครึ่งแล้ว เช่น
    • ร้านควรเป็นระเบียบ  ร้านที่เกี่ยวกับงานบริการ ควรจะจัดร้านให้เป็นระเบียบ  ข้าวของวางเรียบร้อย  สามารถเลือกซื้อเลือกหาได้โดยง่าย  จึงจะทำให้คนเข้ามาบริการมากกว่าร้านที่ดูรกหูรกตาและมีโอกาสที่จะได้เงินจากลูกค้ามากกว่าอีกด้วย
    • รู้จักสอบถามลูกค้า  ไม่ใช้แต่เพียงขายของไปวันๆ เราควรจะรู้จักที่จะสอบถามความพึงพอใจของลูกค้าบ้าง พูดคุยกันธรรมดาก็ได้  ถามถึงความต้องการของลูกค้า ข้อควรปรับปรุงแก้ไขของทางร้าน
    • รู้เรากิจการมั่นคง   เราควรจะรู้ก็คือ  กิจการของเรา หรือแม้กระทั่งตัวเรา หรือพนักงานเองนั้นมีจุดอ่อน หรือจุดแข็งอย่างไรบ้าง จะช่วยทำให้เราสามารถปรับปรุงร้านค้าของเราได้ดีมากยิ่งขึ้น
    • รู้เขาเพื่อความก้าวหน้า   เราควรจะรู้ว่าคู่แข่งของเราเป็นอย่างไร  มีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร  เพื่อที่จะวางแผนทางการตลาดได้ถูกต้อง  จะช่วยให้เรารู้ว่าเราควรจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
    • ใส่ใจความรู่สึกของลูกค้า   ซึ่งก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเย็น เราสามารถจะสังเกตได้จากสีหน้าและแววตาของลูกค้าว่าเขาพึงพอใจในสินค้าหรือบริการของเรามากแค่ไหน
    • มีสินค้าตัวอย่างติดร้าน  หากเรามีสินค้าตัวอย่างไว้ก็สามารถจะทำให้ลูกค้าได้ดูตัวอย่างก่อนที่จะซื้อ เช่น การซื้อน้ำหอมก็จะต้อง มีตัวอย่างให้เราเลือกก่อนเราจะซื้อไปว่าเราชอบน้ำหอมแบบใด ที่เหมาะกับเรา
  12. ด้านหลักการเจรจาธุรกิจ การเจรจาในแต่ละครั้งนั้น มีหลักการที่สำคัญ คือ เพื่อให้ผลของการเจรจาบรรลุเป้าหมาย ตามหลักการที่เราต้องการ  รักษาผลประโยชน์และทำกำไรให้กับเรามากที่สุด หรือหากจำเป็นก็ต้องเสียผลประโยชน์น้อยที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้  ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกกับผลที่พอใจของการเจรจา ภายใต้เงื่อนไขที่เรานำเสนอ
  13. ด้านข้อควรปฏิบัติในระหว่างการเจรจา นออกเหนือจากกลยุทธ์ในการเจรจาแล้ว ต้องมีข้อปฏิบัติในการเจรจาด้วย เช่น
    • ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จริง ในระหว่างการเจรจา ในการตัดสินใจ เพราะข้อมูลที่คู่เจรจาบอกกับเรานั้น หลายครั้งที่มีมากกว่าความเข้าใจของเราตั้งสมมุติฐานขึ้นเองในสินค้าบริการ
    • ตั้งใจฟังและสังเกตลักษณะท่าทางของคู่เจรจา เพื่อความสะดวกในการวางแผนกลยุทธ์ในระหว่างการเจรจา
    • ต้องเปิดใจให้กว้างไม่มีอคติ
    • คำถามที่ใช้ควรเป็นคำถามปลายเปิด
    • เจรจาเฉพาะปัญหา
    • ไม่กล่าวหาหรือตำหนิใครในปัญหาที่เกิดขึ้น
    • ต้องมีความซื่อสัตย์และอดทน
  14. ด้านการปิดการเจรจา การปิดเจรจาเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งผู้เจรจาที่ดีควรรู้จักเวลาที่เหมาะสม ในการปิดเจรจา โดยสังเกตพฤติกรรมของคู่เจรจา เช่น การถอนลมหายใจ การดูนาฬิกา การแสดงสีหน้าเคร่งเครียดหรือโล่งอก  การปิดแฟ้มแล้วเงยหน้าดูผู้พูด เป็นต้น เกณฑ์ในการประเมินความสำเร็จของการเจรจา
    • มีความคืบหน้าหรือความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นทั้งฝ่ายของเราและฝ่ายของคู่เจรจา
    • รู้สึกว่าตนเองไม่ได้เสียประโยชน์จากการเจรจาครั้งนี้
    • มีความรู้สึกที่ดีต่อกันในการเจรจา
    • บรรลุวัตถุประสงค์หลักของทั้งสองฝ่าย
  15. ด้านแหล่งสินเชื่อเพื่อการลงทุน เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินทางธนาคาร ในการทำธุรกิจ ดอกเบี้ยของเงินกู้     หากว่าเราไม่มีเงินทุนเพียงพอในการทำธุรกิจ เราสามารถที่จะไปกู้เงินที่ธนาคารต่างๆ ได้ ซึ่งธนาคารก็จะมีส่วนที่ให้กู้ เพื่อไปทำธุรกิจขนาดเล็ก  แต่ละธนาคารก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป  แล้วแต่ว่าเราสนใจธนาคารใด    ซึ่งเราสามารถสอบถามหรือดูจากทางเว็บไซต์ได้ ธนาคารอื่นๆ ก็อย่างเช่น
    • ธนาคารออมสิน   โครงการสินเชื่อธุรกิจ  SME
    • ธนาคารกสิกรไทย   K-Klean Credit  (สินเชื่อที่ไม่ต้องแสดงหลักทรัพย์กสิกรไทย)
    • ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม www. smebank.co.th/
    • ธนาคารกรุงเทพ www. bbl.co.th
    • ธนาคารกรุงไทย  www. Doe.co.th

หัวการค้า คือ กิจกรรมที่เกี่ยวกับการขายสินค้า หรือบริการให้กับผู้บริโภค หรือ การที่เรารู้จักทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ กล้าลงทุน กล้าเจอความเสี่ยง  กล้าที่จะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ

ใส่ความเห็น